มิกซ์ฟรุตพุดดิ้ง

6

ขนมหวานชิ้นนี้ชื่อว่า มิกซ์ฟรุตพุดดิ้ง ขนมตัวนี้จะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น และมีกลิ่นหอมของไวต์ช็อกโกแลตรสชาติหวานมัน เพิ่มความพิเศษด้วยการนำผลไม้สดโดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น กีวี สตรอว์เบอร์รี ส้ม หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี มาตกแต่งเพื่อความสวยงาม และเป็นการลดความเลี่ยนจากตัวพุดดิ้งให้ลดน้อยลง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับขนมตัวนี้ยิ่งขึ้นค่ะ

ส่วนผสมมิกซ์ฟรุตพุดดิ้ง

- เจลาติน 8 แผ่น

- วิปครีม (1) 125 กรัม

- ไวต์ช็อกโกแลต 300 กรัม

- นมสด 125 กรัม

- ไข่แดง 3 ฟอง

- วิปครีม (2) 250 กรัม

- ผลไม้สดสำหรับตกแต่งตามชอบ

วิธีทำมิกซ์ฟรุตพุดดิ้ง

1. แช่เจลาตินในน้ำเย็นจัดพอนุ่ม นำไปตุ๋นให้ละลายเตรียมไว้

2. ต้มวิปครีม (1) กับนมสดเข้าด้วยกันเจนเดือดยกลง เทลงในไวต์ช็อกโกแลตคนจนละลาย เติมเจลาตินและไข่แดง คนให้เข้ากันกรองด้วยกระชอน จากนั้นเติมวิปครีม (2) คนพอเข้ากัน

3. นำไปเทใส่พิมพ์ นำเข้าแช่ในตู้เย็นจนเช็ตตัว นำออกจากพิมพ์ตกแต่งด้วยผลไม้สดตามชอบ

จับจองกับไว้แล้วใช่ไหมล่ะค่ะสำหรับขนมหวานที่เรานำมาให้เลือกกัน ขอบอกเลยว่างานปาร์ตี้ที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้ แขกผู้มาเยือนหรือคนในครอบครัว ที่ได้รับประทานขนมหวานต้องเพลิดเพลินกับความอร่อยอย่างแน่นอน แต่ขอบอกคุณแม่บ้านไว้ก่อนเลยว่า ควรซักซ้อมการทำขนมเอาไว้ก่อนเพื่อความมันใจในฝีมือของเรานะค่ะ

จุ่ยก้วย ขนมถ้วยไส้เค็ม

90

หากพูดถึงเจ้าขนมกึ่งคาวกึ่งหวานอย่าง “จุ่ยก้วย” หลายคนคงจะเคยรับประทานมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน เพราะเจ้าขนมชนิดนี้ เป็นขนมของคนจีนแท้ ๆ แต่โบราณ และมักจะวางขายตามตลาดเยาวราช แต่ขณะเดียวกันบางคนก็ไม่เคยเห็นหรือคุ้นชื่อขนมนี้เลยใช่ไหมล่ะ แต่รับรองว่าใครได้ชิมแล้วจะติดใจในรสชาตินุ่ม ๆ ละมุนลิ้นไปกับหมูสับและเห็ดหอมปรุงรสอย่างแน่นอนจ้า

ส่วนในวันนี้ขอนำสูตร ขนมจุ่ยก้วยแบบโบราณ ๆ ที่หาทานยากมาให้ลองทำกันดู ซึ่งเป็นสูตรของ คุณเนินน้ำ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม .บอกเลยว่า สูตรนี้ไม่ใช่สูตรจุ่ยก้วยแบบธรรมดา ๆ นะ แต่เป็นขนมจุ่ยก้วยที่เพิ่มสีสันแบบสวยสดงดงาม ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นเลยล่ะ

ส่วนผสมแป้ง

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

แป้งมัน 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า1 + 1/2 ถ้วย

ส่วนผสมไส้เค็ม

เห็ดฟางหั่นชิ้นเล็ก 100 กรัม (ใช้เห็ดหอมสดแทน)

น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

เต้าหู้ขาวแข็งหั่นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย (ใช้เนื้อสัตว์แทน)

กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

หัวไชโป๊หวานสับ 1/4 ถ้วย

ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายไม่ฟอกขาว 1 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยเล็กน้อย (เพิ่มจากสูตร)

พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้นและใบผักชีสำหรับตกแต่ง

พริกดอง

(พริกชี้ฟ้าแดงไม่เอาเมล็ด ปั่นกับน้ำส้มสายชูและน้ำตาล ชิมรสตามชอบ)

วิธีทำไส้

ตั้งกระทะน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่เห็ดลงไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนสุกหอม ตักใส่ถ้วยพักไว้

ใส่น้ำมันที่เหลือ ใส่กระเทียมสับและเจียวให้เหลืองหอม

จากนั้นใส่เนื้อสัตว์ลงผัดให้สุก

ใส่หัวไชโป๊สับ และเห็ดที่คั่วไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาลทรายและพริกไทย  ตักใส่ถ้วยพักไว้

(ถ้าใช้หัวไชโป๊เค็ม ต้องลดซีอิ๊วลงด้วยนะคะ)

วิธีทำตัวขนมถ้วย

โดยผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกันในอ่างผสม ใส่น้ำลงนวดทีละน้อย

จากนั้นจึงใส่น้ำที่เหลือทั้งหมดคนให้เข้ากัน ไม่จำเป็นต้องพักแป้งนะคะ เพราะเทคนิคอยู่ที่การนวด แป้งที่ได้จะเหนียวนุ่มค่ะ

แบ่งผสมสีตามชอบ  จากนั้นนำถ้วยตะไลใส่ชั้นลังถึง และนำไปนึ่งบนหม้อน้ำเดือดด้วยไฟแรงจนร้อนจัด

ตักแป้งหยอดลงถ้วยตะไล นึ่งนาน 20 นาที พอสุกยกลงพักให้เย็นแคะออกจากถ้วย

สำหรับวิธีการนึ่งเหมือนกับการทำขนมน้ำดอกไม้ค่ะ  อย่าลืมว่าต้องนึ่งถ้วยให้ร้อนจัดก่อน เมื่อใส่แป้งในถ้วยแล้วต้องนึ่งด้วยน้ำเดือดไฟแรง ขนมจะบุ๋มเป็นรูเองค่ะ

ตักไส้เค็มวางตรงกลางขนมถ้วย ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและผักชี เสิร์ฟกับพริกดอง

ปั้นขลิบทอดไส้ปลา

2

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ อาหารคาวหวาน เราก็รุ้จักกันมาเยอะแล้วนะค่ะ วันนี้จึงขอแนะนำเมนูทานเล่นให้เพื่อนๆ ได้ลองทำยามว่าง ซึ่งเมนูในวันนี้ก็คือ ปั้นคลิบทอดไส้ปลานั้นเอง เรามาลองดูส่วนผสมกันเลยค่ะว่าจะมีอะไรบ้างและวิธีการทำจะยากขนาดไหน

ส่วนผสมไส้

- เนื้อปลาช่อนนึ่งสุกโขลก 500 กรัม

-  หอมแดงสับ 250 กรัม

-  น้ำตาลปี๊บ 300 กรัม

- น้ำตาลทราย 50 กรัม

- เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ

- รากผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ

- กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ

- พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ

- ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ

- ถั่วลิสงคั่วป่น 100 กรัม

- น้ำมันสำหรับผัดไส้ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ข่า ให้ละเอียด

2. น้ำมันใส่กระทะ ใส่ส่วนผสมในข้อ 1 ผัดให้หอม ใส่หอมแดง ใส่ปลาลงผัด ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น ผัดให้ค่อนข้างแห้ง ใส่ถั่วลิสงผัดให้เข้ากันยกลง พักให้เย็นปั้นเป็นก้อนรี

ส่วนผสมแป้ง

-  แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม

-  น้ำ 100 กรัม

- น้ำมันพืช 100 กรัม

- เกลือป่น ½ ช้อนชา

- น้ำมันสำหรับทอด 4 ถ้วย

วิธีทำ

1. ใส่เกลือในน้ำคนให้ละลาย ใส่น้ำมันพืช

2. นำส่วนผสมข้อ 1 ใส่ในแป้ง นวดให้เข้ากัน พักแป้งไว้ 20 นาทีแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมเล็ก แผ่แป้งให้บางเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว วางไส้ตรงกลาง บีบริมแป้งให้สนิท ขลิบให้สวยงาม

3. ทอดในน้ำมันร้อนไฟปานกลาง ให้เหลืองกรอบตักขึ้น

เคล็ดลับ

ควรใช้น้ำมันปาล์มทอด

ปั้นคลิบ แสนอร่อย เมนูทานเล่นที่แสนจะประโยชน์แบบนี้ เพื่อน ๆ ทำได้ไม่ยากเกินกำลังของเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ

ช่อม่วงไส้ไก่

96

เมนูคราวนี้ก็คือขนม ช่อม่วง ไว้ทานเป็นของว่างยามบ่ายหรือเป็นอาหารจัดเลี้ยงก็เก๋ไก๋ไม่หยอก แต่ขอบอกว่าก่อนเลยนะค่ะว่าขนม ช่อม่วง ต้องใช้ฝีมือในการทำแป้งนิดหน่อย แต่คิดว่าคงไม่อยากเกินไปสำหรับเพื่อน ๆ ที่หัดทำอาหารแน่นอนค่ะ

ส่วนผสมไส้

- สันในไก่บดละเอียด            1          ถ้วย

- หอมใหญ่สับละเอียด           1-½      ถ้วย

- กระเทียมซอย                  1         ช้อนโต๊ะ

- รากผักชีหั่นฝอย                2         ช้อนโต๊ะ

- พริกไทยป่น                     2         ช้อนชา

- น้ำตาลทราย                    1          ช้อนโต๊ะ

- น้ำตาลปี๊บ                       3          ช้อนโต๊ะ

- เกลือป่น                        1-½       ช้อนชา

  วิธีทำ

1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด

2. น้ำมันใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม ใส่ไก่ผัดให้สุก ใส่หอยใหญ่ ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น ผักให้แห้ง ยกลงพักไว้ให้เย็น

ส่วนผสมแป้ง

- แป้งข้าวเจ้า                                            1-½          ถ้วย

- แป้งท้าวยายม่อม                                      1              ช้อนโต๊ะ

- แป้งมัน                                                 2              ช้อนโต๊ะ

- น้ำมันพืช                                               2              ช้อนโต๊ะ

- น้ำดอกอัญชัน                                         1-½           ถ้วย

- กระเทียมเจียว พริกขี้หนู ผักกาดหอม ผักชี

วิธีทำ

1. ผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดรวมกัน ผสมน้ำมันพืชและน้ำดอกอัญชันเข้าด้วยกันค่อย ๆ เทใส่แป้งเล็กน้อย นวด 5 นาที ใส่น้ำที่เหลือให้หมด

2. เทส่วนผสมใส่กระทะทองเหลืองตั้งไฟแรง กวนให้แป้งสุกร่อนจากกระทะ ตักขึ้นใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นวดจนแป้งนุ่ม

3. แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็ก แผ่แป้งให้กลมบางตักไส้ใส่หุ้มแป้งให้มิดไส้ ใช้แหนบจีบให้เป็นดอกไม้ให้สวยงาม วางบนใบตองทีทาน้ำมัน

4. นึ่งบนน้ำเดือด 3 นาที ยกลง พรมด้วยน้ำมัน

5. รับประทานกับผัดกาดหอม ผักชี พริกขี้หนูสวน และกระเทียมเจียว

เมนู ช่อม่วง นี้เป็น ช่อม่วงไส้ไก่ นะค่ะเพื่อน ๆ สามารถประยุกต์เปลี่ยนไส้ได้ตามใจเลยนะค่ะ ตามความชอบของเพื่อน ๆ ได้เลยค่ะ

สูตรขนม : White Chocolate Fudge

30

Description

เอา Chocolate จากคุณกระชายน้อย มาฝากอีกแล้วครับ แต่ว่าคราวนี้เป็น White Chocolate ได้มาพร้อมกับ Dark Chocolate ก็เลยทำฟัดจ์ด้วยเหมือนกันซะเลยครับ วิธีทำก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลยครับ ตุ๋นๆผสมๆ ก็เสร็จครับ

ส่วนผสมอาหาร

Couverture White Chocolate2 แพ็ค

นมข้นหวาน3/4 ถ้วย

แครนเบอร์รี่แห้ง1/2 ถ้วย

ถั่วต่างๆสับตามชอบ1 ถ้วย

กลิ่นส้ม1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำอาหาร           

1.แต่ว่าคุณกระชายไม่ชอบหวาน เลยไม่ได้ใส่นมข้นหวาน เพราะว่าช็อกโกแลตขาวจะมีรสชาติหวานอยู่แล้ว ส่วนถั่วสับก็ไม่ได้ใส่ เพราะว่าอยากใส่แครนเบอร์รี่สีแดงอย่างเดียวจะได้สีแดงตัดกับขาวสวยดี หรือถ้าใส่ก็จะเพิ่มความมัน อร่อย เพิ่มขึ้น

2.ทำการตุ๋นช็อกโกแลตเลย ตุ๋นแบบ Double Boiler นะ

3.พอช็อกโกแลตละลายแล้ว ก็ใส่แครนเบอร์รี่แห้งลงไปเลย แบ่งไว้นิดหนึ่งไว้สำหรับโรยแต่งหน้าด้วยนะ แล้วก็ผสมให้เข้ากันกับช็อกโกแลต พอเข้ากันดีแล้วก็ยกลงจากเตา ตั้งพักไว้นะ

4.ปูถาดด้วยกระดาษฟอยด์นะ เผื่อไว้สองด้านด้วยนะ เวลายกออกจากถาดจะได้ยกได้สะดวก

5.ปูกระดาษฟอยด์แล้ว ก็เทช็อกโกแลตลงไปได้เลย

6.ได้หน้าตาแบบนี้นะ จืดชืดจริงๆ

7.และแล้ว แครนเบอร์รี่ ที่แบ่งเอาไว้ก็ช่วยให้มีสีสันน่ากินขึ้น ต่อจากนั้นก็ตั้งไว้จนช็อกโกแลตมีอุณหภูมิเย็นลงเท่าอุณหภูมิห้องนะ ช็อกโกแลตจะได้ไม่ละลายที่อุณหภูมิห้องเวลาทาน

8เอาเข้าตู้เย็น แช่เย็นที่ช่องธรรมดาสักหกชั่วโมงเพื่อให้ช็อกโกแลตเซตตัว

9พอช็อกโกแลตเซตตัวดีแล้ว ก็เอาออกจากตู้เย็น ยกออกจากถาดมาตั้งพักไว้ให้หายแข็งสักหน่อย เวลาตัดจะได้ตัดไม่ยาก

10ตัดตามขนาดที่ต้องการได้เลย พอตัดเสร็จแล้วก็หาฟอยด์ปิดหน้าช็อกโกแลตแล้วเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดานะ เวลาจะทาน หรือแจกใครก็ค่อยเอาออกมา

กล้วยทอด โรยน้ำตาลไอซิ่ง ราดไซรัป

10

ใครที่กำลังเบื่อเมนูกล้วยทอดแบบเดิม ๆ และกำลังมองหาสูตรการทำกล้วยทอดแบบใหม่ ๆ วันนี้ทีมงานของเราขอเสนอเมนูกล้วยทอดไฮโซ ที่รับรองว่าอร่อยถูกปาก ถูกใจ คนชิมแน่นอนค่ะ นั่นแน่! งงกันใช่ไหมล่ะคะว่าเจ้ากล้วยทอดนี่มันไฮโซตรงไหน จริง ๆ สูตรกล้วยทอดนี้ก็ไม่ได้พิสดาร หรือแหวกแนวแต่อย่างใด เพียงแค่นำกล้วยทอดธรรมด๊าธรรมดามาประยุกต์ให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ด้วยการโรยน้ำตาลไอซิ่ง และราดไซรัปลงไปนั่นเองไปดูวิธีการทำ เรามาเตรียมส่วนประกอบกันก่อนดีกว่า ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลยจ้า

ส่วนประกอบ

- แป้งอเนกประสงค์  125 กรัม

- ไข่ไก่ 1 ฟอง

- โซดา (เย็นจัด) 3/4 ถ้วยตวง

- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

- ผงอบเชย 1 ช้อนชา

วิธีการทำ

1. ร่อนแป้ง ด้วยการใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น และผงอบเชยลงไป

2. เมื่อร่อนแป้งเสร็จแล้ว นำแป้งมาใส่ภาชนะ จากนั้นทำแป้งให้เป็นหลุมตรงกลาง ก่อนตอกไข่ใส่ลงไป

3. นำโซดาที่แช่จนเย็นจัดเทลงไป

4. คนส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งในขั้นตอนนี้ หากใช้มือ จะดีกว่าใช้ตะกร้อมือ หรือพายยาง เพราะเป็นการคลุกเคล้าส่วนผสมแค่พอหยาบ ๆ เพื่อให้ผิวสัมผัสเนื้อแป้งยังคงเป็นเม็ด ๆ อยู่เล็กน้อย

5. เตรียมเมเปิ้ลไซรัปที่มีอยู่ ถ้าไม่มีจะใช้น้ำผึ้ง หรือคาราเมลแทนก็ได้จ้า

6. นำกล้วยที่หั่นเป็นชิ้น ๆ มาคลุกเคล้ากับแป้ง ก่อนนำลงไปทอดในน้ำมันเดือด ๆ  ขั้นตอนนี้ควรจุ่มแป้งแต่พอดี ไม่เช่นนั้นเมื่อนำไปทอด แป้งอาจจะกระจาย ทำให้กล้วยทอดมีรูปร่างไม่ค่อยน่ารับประทาน

7. เมื่อกล้วยทอดเหลืองกรอบได้ที่ ให้ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หรือวางบนกระดาษซับน้ำมัน

8. เตรียมเสิร์ฟด้วยการโรยน้ำตาลไอซิ่งลงไปบาง ๆ ให้สวยงาม

9. ราดเมเปิ้ลไซรัป หรือน้ำผึ้ง หรือคาราเมลลงไป โดยกะปริมาณให้พอดี เนื่องจากกล้วยสุกมีความหวานอยู่ในตัวแล้ว

เพียงเท่านี้เมนูกล้วยทอดของหวานแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า สูตรนี้ทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหมละคะ ในขั้นตอนการทอดนั้น หากใครไม่อยากใช้น้ำมันพืช ก็สามารถนำเนยมาละลายแทนได้ แต่การใช้เนยจะทำให้ความกรอบของแป้งลดลง สำหรับผงอบเชย หากไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่นะคะ เพราะเราใส่เพื่อเพิ่มความหอมของกล้วยทอดเฉย ๆ  ไม่ได้มีผลกับรสชาติจ้า

สูตรขนม : บราวนี่ สูตร Jamie Oliver

37

*** เคล็ดลับ ***

- ระวังอย่าให้สุกเกินไป ไม่ต้องให้ข้างในแห้งเหมือนเวลาอบเค้ก (ไม่ต้องเช็คสุกแบบเอาไม้จิ้มแล้วต้องให้มันแห้งน่ะค่ะ) ให้มันเซ็ทตัวข้างนอก แต่ตรงกลางยังหยุ่นๆ อยู่บ้าง ต้องคอยระวังให้ดีค่ะ อย่าลืมว่าช็อคโกแล็ตจะแข็งตัวขึ้นอีกที่อุณหภูมิห้อง เพราะฉะนั้นถ้ามันหยุ่นๆ ตอนที่อยู่ในเตา พอมันเย็นตัวแล้วจะพอดี

- คุณภาพของช็อคโกแล็ตที่ใช้สำคัญมาก เป็นตัวกำหนดรสชาติของขนมที่ได้เลย

** ในสูตรใช้ถาดขนาด 30×30 ซม. อบที่ 180°C**

 ส่วนผสมอาหาร

เนยจืด250 กรัม

ช็อคโกแล็ตบาร์ (ที่ใช้ทำขนม) แบบโกโก้ 70 %200 กรัม

ผงโกโก้80 กรัม

แป้งสาลี65 กรัม

ผงฟู 1 ช้อนชา

น้ำตาลทราย350 กรัม

ไข่ไก่ขนาดใหญ่4 ฟอง

เชอรี่แห้ง (เปรี้ยว) (optional)150 กรัม

ถั่ว150 กรัม

วิธีทำ

ช็อคหั่นเป็นชิ้นเล็กๆนะคะ จะได้ละลายง่ายๆ หั่นเนยเป็นชิ้นๆ ซักหน่อย แล้วเอาช็อค น้ำตาล เนย ใส่ในอ่างใบใหญ่ เอาไปตั้งละลายบนหม้อใส่น้ำประมาณ 1/3 ของหม้อ อย่าให้น้ำแตะก้นอ่างนะคะ และให้น้ำร้อน แต่ไม่ต้องเดือดค่ะ

แล้วละลายจนส่วนผสมละลายหมด รึว่าจะเอาส่วนผสมไปละลายในเวฟก็ได้ค่ะ ไฟแรงสุด ราวๆ 1-2 นาที แล้วเอาออกมาคนให้มันละลายข้างนอก ปล่อยให้ ส่วนผสมเย็นลง

ช่วงนี้ก็ เปิดเตาอบไว้ก่อนนะคะ ที่อุณหภูมิ 180 องศา พอช็อคที่ละลายไว้เย็นลงแล้ว ก็ เตรียม

ตอกไข่ไก่ 4ฟอง ใส่กลิ่นวนิลา และกาแฟที่ละลายแล้ว(ถ้าจะใส่) ตีให้เป็นฟอง ใช้ที่ตีไข่ธรรมดาก็ได้นะคะ เสร็จแล้วเอา ส่วนผสมที่ 1 (ช็อคที่ละลายแล้ว) ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วก็เอา ส่วนผสมแป้ง (ส่วนที่ 2) แบ่งใส่ 2 ครั้ง คนให้เข้ากัน

แล้วเอาใส่ถาดที่ปูกระดาษไข เข้าอบได้เลยค่ะ ใช้ถาดขนาด 9 * 13 นิ้ว รึ ราวๆนี้นะคะ ที่อุณหภูมิ 180 องศา อบ ราวๆ 22-25 นาที

**เนื้อขนมที่ได้จะเข้มข้นมากเลย (ออกเหนียวหนึบนิดนิด )ถ้าใครชอบช็อคคงถูกใจค่า แต่ถ้าจะใช้แป้ง self-rising ก็ได้เลยค่า แต่ต้องตัดส่วนของผงฟู แล้วก็เกลือออกไปนะคะ ไม่ต้องยุ่งยากใส่ผงฟูกับเกลือ ค่ะ อิอิ อร่อยเหมือนกันค่า ช็อคเข้มข้นเหมือนเดิม

chocolate fongdong

37

วิธีทำ Center Ganache

- ตั้งหม้อสำหรับหลนส่วนผสมในน้ำอุ่นปานกลาง, ใส่เนยลงไปในหม้อหลนแล้วคนให้ละลาย จากนั้นจึงใส่ ดาร์ก ช็อกโกแลต แล้วคนต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งส่วนผสมเหลวเข้ากัน

- ยกขึ้นจากน้ำอุ่นเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 15-20 นาที

วิธีทำ Sponge Mix

- เตรียมเครื่องสำหรับตีสปอง จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ทั้งไข่ขาวและไข่แดงลงไป 4 ฟอง อีก 4 ฟองที่เหลือให้แยกเฉพาะไข่แดงใส่น้ำตาลทราย แล้วตีให้เข้ากันด้วยความเร็วปานกลางจนส่วนผสมเนียนฟู

- หลน ดาร์ก ช็อกโกแลต และเนยละลายเหมือนกับส่วนผสม Center Ganache

- เมื่อ ดาร์ก ช็อกโกแลต เหลวเข้ากันแล้วจึงนำไปผสมกับสปอง ที่เตรียมไว้ใส่แป้งเค้กสำเร็จรูปลงไป, ตีส่วนผสมต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วปานกลางจนกระทั่งเนื้อสปองเนียนนุ่ม

- เตรียมพิมพ์สำหรับฟองดองด้วยการวางกระดาษไขไว้ด้านล่างและรอบๆ

- ค่อยๆ เทสปองลงไปในพิมพ์ครึ่งหนึ่ง

- จากนั้นจึงแกะ Center Ganache ออกจากพิมพ์ที่แช่เย็นไว้แล้วใส่ลงไปกลาง

- ช็อกโกแลต ฟองดอง เทสปองทับอีกครั้ง นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศา ประมาณ 8-10 นาที

- เมื่อช็อกโกแลต ฟองดอง ได้ที่แล้วจึงนำออกจากเตาอบแกะพิมพ์และกระดาษไขให้เรียบร้อย เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมไอศกรีมวานิลลาและสตรอเบอร์รี่ซอสเข้มข้น

ส่วนประกอบ Center Ganache

- เนยละลาย 200 กรัม

- ดาร์ก ช็อกโกแลต 200 กรัม

- พิมพ์สำหรับช็อกโกแลต

ส่วนประกอบ Sponge Mix

- เนยละลาย 180 กรัม

- น้ำตาลทราย 150 กรัม

- แป้งเค้กสำเร็จรูป 125 กรัม

- ดาร์ก ช็อกโกแลต 100 กรัม

- ผงโกโก้ 25 กรัม

- ไข่ไก่ 4 ฟอง

- ไข่แดง 4 ลูก

- พิมพ์สำหรับทำฟองดอง, กระดาษไข

ขนมวุ้นเต้าหู้

23

อย่างที่รู้ๆกันว่าถั่วเหลืองมีประโยชน์มากมาย ทั้งให้แคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุน มีไอโซฟลาโวนช่วยลดอาการต่างๆในวัยทอง นอกจากนั้นแล้วโปรตีนจากถั่วเหลืองยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ด้วย เย็นนี้เปลี่ยนบรรยากาศ ทำวุ้นน้ำเต้าหู้กินเล่นเย็นๆ ใจกันหน่อยดีไหมคะ

ส่วนผสมตัววุ้น

- ผงวุ้น 2 ช้อนชา

- น้ำเต้าหู้ 2 ถ้วย

- น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว 3 ช้อนโต๊ะ

- เม็ดแมงลัก 1 ช้อนชา

- น้ำ 1/2 ถ้วย

- สีผสมอาหารจากธรรมชาติ (ตามความเหมาะสม)

ส่วนผสมหน้าวุ้น

- ผงวุ้น 1 ช้อนชา

- น้ำเต้าหู้ 1 1/2 ถ้วย

- น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

- เกลือ 1/2 ช้อนชา

- สีผสมอาหารจากธรรมชาติ (ตามความเหมาะสม)

วิธีทำขนมวุ้นน้ำเต้าหู้

- แช่เม็ดแมงลักในน้ำ

- ทำตัววุ้นด้วยการ ละลายผงวุ้นในน้ำเต้าหู้ เมื่อละลายแล้ว นำขึ้นเตา ตั้งไฟให้ค่อยๆเดือด แล้วเติมน้ำตาล แบ่งออกเพื่อใส่สีตามชอบ

- ใส่เม็ดแมงลัก เทใส่ภาชนะหรือพิมพ์รูปต่างๆ ที่เตรียมไว้

- ระหว่างนี้ทำหน้าวุ้น (เช่นเดียวกับขั้นตอนการทำตัววุ้นข้อ 1-3 แล้วใส่เม็ดแมงลักลงไป) เมื่อตัววุ้นที่วางพักไว้เริ่มจับตัวแต่ยังไม่แข็งตัวเต็มที่ ให้ราดหน้าวุ้นลงไป แล้วรอจนวุ้นทั้งสองส่วนแข็งตัว

- ใช้พิมพ์กดเป็นรูปต่างๆ ตามชอบ

Tips ขนมวุ้นน้ำเต้าหู้

- การละลายผงวุ้นก่อนนำขึ้นตั้งไฟช่วยให้ผงวุ้นไม่จับกันเป็นก้อน

- การราดหน้าวุ้น ให้ราดขณะที่ตัววุ้นยังไม่แข็งตัวเต็มที่ เพื่อให้ได้วุ้นที่ไม่แยกชั้นกัน ด้วยวิธีเดียวกันนี้ สามารถทำวุ้นหลากสีหลายๆชั้นได้

- ขณะเทใส่พิมพ์ ระวังอย่าให้เป็นฟอง เพราะวุ้นจะไม่สวย

- สำหรับสีที่ใส่วุ้น อาจใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แนะนำให้ใช้สีจากธรรมชาติ เช่น จากใบเตย ดอกอัญชัน สำหรับดอกอัญชัน ถ้าบีบมะนาวลงไปสัก 1/4 ช้อนชา จะทำให้น้ำสีที่ได้เป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้น หรือจะใช้สีชมพูจากเนื้อแก้วมังกรสีแดง ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงนำชิ้นแก้วมังกรลงไปคนในน้ำวุ้นก่อนเทลงพิมพ์แล้วตักขึ้นก็จะได้สีชมพูสวย หรือจะใช้สีผสมอาหารเพียง 1-2 หยดก็ได้ การเติมสีทุกครั้งให้ค่อยๆเติมน้ำสีทีละนิด เพื่อให้ได้สีอ่อนสวยตามต้องการ

สูตรขนม : คาราเมลคัสตาร์ดผลไม้

130

สูตรขนม : คาราเมลคัสตาร์ดผลไม้

ส่วนผสมอาหาร

ส่วนผสมคัสตาร์ด

นมสด4 ถ้วย

น้ำตาลทราย1 ถ้วย

ผงวานิลา2 ช้อนชา

ไข่ไก่ (ใช้ทั้งไข่ขาวไข่แดง 4 ฟอง และใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง)6 ฟอง

ผลไม้ต่างๆ ตามชอบ

ส่วนผสมคาราเมล

น้ำตาลทราย1 ถ้วย

น้ำ1/4 ถ้วย

วิธีทำอาหาร           

1เริ่มจากทำคาราเมลกันก่อน นำน้ำตาลทรายและน้ำใส่ในหม้อไปตั้งไฟอ่อนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย แล้วลดไฟลงเคี่ยวต่อประมาณ 5 – 10 นาที จนส่วนผสมข้นเหนียวเป็นคาราเมล (ห้ามคนเด็ดขาด) แล้วยกลงเทใส่ในพิมพ์ให้ทั่วก้นพิมพ์และพักทิ้งไว้

2ต่อจากนั้นมาทำคัสตาร์ดกันต่อ นำนมสดและผงวานิลาใส่ลงในหม้อนำไปตั้งไฟพอเดือด ยกลงแล้วพักไว้ ต่อจากนั้นนำไข่มาตอกใส่ในชามผสม แล้วเติมน้ำตาลทรายคนให้เข้ากัน ค่อยๆ เทส่วนผสมของนมที่ต้มไว้ลงไปในส่วนผสมไข่แล้วคนให้เข้ากันอีกที (แต่อย่าเทนมลงไปรวดเดียวเพราะไข่จะสุกหมด ) และนำส่วนผสมที่ได้มากรองด้วยกระชอนตาละเอียด แล้วก็เทส่วนผสมใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้

3นำพิมพ์วางลงในถาดขอบสูง และเทน้ำเดือดจัด ๆ ลงในถาดให้ระดับของน้ำร้อนสูงเท่ากับระดับของส่วนผสมในพิมพ์ แล้วยกทั้งถาดใส่ในเตาอบไฟ 180 องศาเซลเซียส นาน 30 – 45 นาที ก็จะได้คาราเมลคัสตาร์ดและตกแต่งด้วยผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่และกีวี่ หรือผลไม้ต่างๆ ตามชอบ และควรนำไปแช่เย็นก่อนกิน เพื่อให้ได้เนื้อคัสตาร์ดที่อยู่ตัวกินแล้วเนื้อเนียนนุ่มลิ้น